662
ห้องพักทั้งหมด
7
ตึก · Building A-G
3
ทีมเฉพาะทาง
Schneider
Hotel RCU
วิดีโอเบื้องหลัง · Phase 1 · Building G + F · 200 ห้อง
คลิปแสดง Phase 1 · Building G + F ของ Pullman Phuket Karon Beach Resort · 200 ห้อง · ส่วน Building A-E อีก 462 ห้องไม่ได้บันทึก
Mega Project Scale · ทำไม 7 ตึก · 662 ห้อง คือเรื่องใหญ่
โครงการ Smart Film ระดับโรงแรม 5 ดาวเต็มรูปแบบในประเทศไทยนั้นนับโครงการได้ และ Pullman Hotel Phuket คือหนึ่งในนั้น — งานนี้ครอบคลุมทั้ง 7 ตึก (Building A ถึง G) รวมห้องพักกว่า 662 ห้อง โดยทุกห้องติดตั้ง Smart Film ที่กระจก Sexy Bathroom เพื่อมอบ Digital Privacy ให้แขกผู้พัก
InHouse บริหารโครงการนี้ด้วยกลยุทธ์ Multi-Phase Rollout คือแบ่งติดตั้งทีละตึก เริ่มจาก Building G + F เป็น Phase 1 (200 ห้อง) ตามที่เห็นในคลิป แล้วจึงทยอยทำ Building ที่เหลือ (A-E รวม 462 ห้อง) จนครบ — เหตุผลที่ต้องแบ่งเป็นเฟสมีดังนี้
- •โรงแรมยังเปิดให้บริการได้ — แบ่งติดตั้งทีละตึก ห้องจึงไม่ปิดพร้อมกันทั้งหมด รายได้ของโรงแรมไม่สะดุด
- •เรียนรู้และปรับปรุง — ใช้ Phase 1 เป็น baseline แล้วนำปัญหาที่พบไปปรับใน Phase ถัด ๆ ไป
- •Logistics control — บริหารสต็อกฟิล์ม อะไหล่ และทีมงานทีละ batch ง่ายกว่าทำครบ 662 ห้องพร้อมกัน
- •Quality assurance — แต่ละ Phase มี QC sign-off ก่อนเริ่ม Phase ถัดไป
เหตุผลที่ InHouse บริหารงานสเกลนี้ได้ราบรื่น มาจาก สต็อกฟิล์ม 10,000+ ตร.ม. ต่อรุ่น ซึ่งทำให้แต่ละ Phase เริ่มได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลิต ประกอบกับทีมวิศวกรและช่างติดตั้งเป็นพนักงานของ InHouse เองทั้งหมด ไม่ใช้ Subcontractor
ทำไม Pullman เลือก Smart Film แทน Smart Glass · 5 เหตุผลจริงจากเคส 662 ห้อง
หนึ่งในคำถามที่ทุก Mega Project ต้องตอบก่อนเริ่มงาน คือ "Smart Film หรือ Smart Glass · เลือกแบบไหนดี?" ทั้งสองใช้ PDLC เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกัน เปลี่ยนสถานะ ใส↔ฝ้า ได้เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ โครงสร้าง และ รูปแบบการใช้งาน ซึ่งส่งผลต่อราคา การติดตั้ง และความเหมาะสมกับโปรเจกต์ — บทความนี้สรุป 5 เหตุผลที่ทีม Pullman เลือก Smart Film สำหรับ 662 ห้อง
Renovation Reality · Smart Film = retrofit ติดทับกระจกเดิม
Pullman Phuket เปิดให้บริการอยู่แล้ว กระจก Sexy Bathroom ทั้ง 662 ห้องถูกติดตั้งตั้งแต่ก่อสร้างอาคาร พร้อมงานบิวท์อินรอบกระจก (วงกบ กระเบื้องขอบ ผนัง) เรียบร้อย Smart Film สามารถติดทับกระจกเดิมได้ทันที ไม่ต้องรื้อ ส่วน Smart Glass ต้องสั่งกระจกใหม่จากโรงงาน รื้อบานเก่า ปรับงานบิวท์อินใหม่ทั้งหมด — กระบวนการแบบนี้ไม่เหมาะกับโรงแรมที่ยังเปิดให้บริการ
Cost Saving มหาศาล · ได้ฟังก์ชัน Privacy เหมือนกัน
Smart Film Outdoor + Aquaris™ มีราคาประมาณ 9,500-12,000 บาท/ตร.ม. ในขณะที่ Smart Glass Laminated PDLC อยู่ที่ 16,500-22,500 บาท/ตร.ม. บน scale ระดับ 662 ห้อง ส่วนต่างนี้จึงคิดเป็นหลายล้านบาท
Smart Glass มีข้อดีเพิ่มเติมคือ Tempered Laminated Safety และ Sound Dampening 30-35dB ที่ Smart Film ไม่มี แต่ Priority ของโปรเจกต์นี้คือ Digital Privacy ซึ่ง Smart Film ทำได้เหมือนกัน การเลือก Film จึงช่วยลด CAPEX ลง 40-50% เปิดทางให้นำงบส่วนต่างไปลงทุนกับ RCU Integration ที่ยกระดับ Guest Experience ได้แทน
Aquaris™ · InHouse เจ้าเดียวในไทยที่มี wet zone technology สำหรับ Smart Film
Sexy Bathroom จัดเป็น wet zone ที่โดน splash จากการอาบน้ำ ไอน้ำ และความชื้นกว่า 80% ตลอดเวลา PDLC ทั่วไปในตลาดไม่รองรับสภาพแบบนี้ เพราะจะเกิด oxidize ที่ ITO layer, กาวขอบหลุด (edge lift) และ lifespan ลดเหลือเพียง 2-3 ปี
InHouse แก้ปัญหานี้ด้วย Outdoor Series + Aquaris™ ซึ่งเป็น R&D Layer ที่ออกแบบสำหรับ wet zone โดยเฉพาะ มี Edge Sealing 360° กันน้ำและไอน้ำลอดขอบ ป้องกัน IR/UV ได้ 99.99% และยืดอายุการใช้งานมากกว่า PDLC ทั่วไปประมาณ +80% — นี่คือเหตุผลที่ Smart Film ของ InHouse ใช้ได้ในห้องน้ำโรงแรม 5 ดาว ในขณะที่ vendor ทั่วไปไม่กล้าแนะนำ Film สำหรับจุดเปียก
Warranty + Onsite Service ฟรี · ดูแลถึงหน้างาน ตลอดอายุการใช้งาน
Smart Film Outdoor + Aquaris™ มีอายุการใช้งานบูสต์ขึ้น +80% เทียบกับ PDLC ทั่วไป ซึ่งใกล้เคียงกับ Smart Glass ที่บูสต์ได้ +50% ไม่แตกต่างกันมาก ทุกโปรเจกต์มาพร้อม InHouse Confidence Policy หากตรวจมอบงานไม่ผ่านมาตรฐาน InHouse ยินดีแก้ไขหรือคืนเงิน 100% ตามเงื่อนไขที่ตกลง
USP สำคัญของ InHouse คือ Onsite Service ฟรีตลอดอายุการใช้งาน ทีมงานเดินทางไปดูแลถึงหน้างานโดยตรง ไม่คิดค่าเดินทาง ไม่คิดค่าแรง ครอบคลุมทุกพื้นที่บริการในประเทศไทย พร้อมขยายไป 8 ประเทศ ASEAN กรณี Smart Glass ที่เสียจะต้องรื้อกระจกออกทั้งบาน (ดูเหตุผลที่ 5 ด้านล่าง) ทำให้ค่าใช้จ่ายและ Downtime สูงกว่ามาก
Downtime · Owner กังวลเวลาเสีย · Smart Film เปลี่ยนได้ทันที
Owner ของ Pullman ให้ความสำคัญกับ Downtime เป็นพิเศษ เพราะห้องที่ปิดให้บริการแม้แค่ 1 วันก็คือ Revenue Loss คูณ 662 ห้อง การวางแผนรองรับการ Restore ได้อย่างรวดเร็วในอนาคตจึงเป็นปัจจัยตัดสินใจสำคัญ
Smart Film ใช้เวลาเปลี่ยนเพียง 1 วันต่อห้อง (ลอกฟิล์มเก่า ทำความสะอาดกระจก ติดฟิล์มใหม่) ทำให้ห้องกลับมาเปิดบริการได้ในวันถัดไป ส่วน Smart Glass ต้องใช้เวลา 3-5 วันต่อห้อง (ถอดกระจกทั้งบาน รื้อขอบ วงกบ และบิวท์อิน ติดกระจกใหม่ แล้ว Restore บิวท์อินทั้งหมด) บวกกับผลกระทบต่องานบิวท์อินที่เคยทำไว้ นอกจากนี้ InHouse ยังมีสต็อกฟิล์ม 10,000+ ตร.ม. ต่อรุ่น พร้อมเปลี่ยนได้ทันทีไม่ต้องรอผลิต ตอบโจทย์ Operational Continuity ของโรงแรมระดับ 5 ดาว
ทำไมทีม InHouse เลือกทำงานกลางคืน (18:00-06:00)
ในวิดีโอจะเห็นว่าทีม InHouse ทำงานช่วงกลางคืน เวลา 18:00-06:00 น. ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการตัดสินใจหลังจากประเมินสภาพหน้างานจริงในช่วงแรกของโครงการ
ปัญหาตอนกลางวัน
- · มีทีมช่างจาก trade อื่นทำงานพื้นที่เดียวกัน (ปูพื้น · เก็บงานบิวท์อิน · ทาสี)
- · ฝุ่นเยอะมาก · กระจกต้องสะอาดเป๊ะถึงรีดฟิล์มได้
- · พื้นที่ทำงานแคบ · ขนวัสดุยาก · จัดวางอุปกรณ์ลำบาก
- · เสียงดัง · สื่อสารระหว่างทีมยาก
ข้อดีตอนกลางคืน
- · เงียบสงบ · ไม่มี trade อื่น · concentrate ได้เต็มที่
- · ฝุ่นน้อย · ทีมอื่นจบงานแล้ว · ผิวกระจกสะอาดเป๊ะ
- · พื้นที่ทำงานกว้าง · ขนวัสดุสะดวก
- · ทำงานเร็วขึ้น · 50%+ · ห้องต่อคืนเพิ่มขึ้นเยอะ
- · QC ตรวจงานได้ละเอียดในแสงไฟเทียม (เห็นรอยเด่นชัด)
การเลือกทำงานกลางคืนคือ Mark of Professionalism เพราะ InHouse ไม่ฝืนเงื่อนไขหน้างาน แต่ปรับเวลาทำงานให้ทั้ง trade อื่นและทีมของเราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด — ผลลัพธ์คืองานเสร็จเร็วขึ้น คุณภาพสูงขึ้น และโรงแรมยังเปิดให้บริการแขกได้ตามปกติในช่วงกลางวัน
3 ทีมเฉพาะทาง · ทำงานคู่ขนานเพื่อความรวดเร็วและสมบูรณ์
การติดตั้ง Smart Film ในโรงแรมระดับนี้ ไม่ใช่งานที่คนเดียวทำจบได้ InHouse จึงแบ่งทีมออกเป็น 3 ส่วนเฉพาะทาง ที่ทำงานคู่ขนานกันในแต่ละห้อง โดยแต่ละทีมมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตัวเอง
ทีมเดินระบบไฟ + RCU Integration
เชื่อมหม้อแปลง Smart Film เข้ากับ Schneider Electric RCU
ทีมนี้รับผิดชอบงานเตรียมระบบไฟฟ้าและ เชื่อมหม้อแปลง Smart Film เข้ากับระบบ RCU (Room Control Unit) ของโรงแรม ซึ่ง Pullman Phuket ใช้ของ Schneider Electric จุดสำคัญคือต้องเชื่อมให้ฟิล์มสั่งงานได้ทั้งจาก สวิตช์ไฟเดิมในห้อง และ รีโมท ที่ InHouse แถมให้ — แขกของโรงแรมจึงไม่ต้องเปลี่ยนวิธีใช้งานเดิมเลย
ทีมทำความสะอาดผิวกระจก
เตรียมพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่นและคราบ
หลายคนเข้าใจว่า "ทีมทำความสะอาด" เป็นทีมรองลงไป แต่ความจริงแล้ว นี่คือทีมที่สำคัญที่สุดต่อคุณภาพงาน เพราะหากมีฝุ่นค้างอยู่ใต้ฟิล์มแม้เพียงนิดเดียว ก็จะเห็นเป็นจุดดำไปตลอดอายุการใช้งาน ทีมนี้จึงเช็ดและตรวจผิวกระจกเป็นชั้น ๆ ตรวจซ้ำด้วยไฟส่องในหลายมุม จนมั่นใจว่าพื้นผิว ปราศจากฝุ่น 100% ก่อนส่งต่อให้ทีมรีดฟิล์ม
ทีมติดตั้งและรีดฟิล์ม
ขั้นตอนประณีตที่สุด · จุดท้าทาย: งานบิวท์อิน
ทีมนี้คือ มือฟิล์มของ InHouse และเป็นขั้นตอนที่ประณีตที่สุด ต้องอาศัยความชำนาญสูงในการ รีดฟิล์มให้เรียบสนิทปราศจากฟองอากาศ โดยจุดท้าทายของ Pullman Phuket คือ มีงานบิวท์อินขวางอยู่หลายจุด ช่างจึงต้องใช้เทคนิคพิเศษในการรีดฟิล์มในมุมแคบ โดยไม่ทำให้งานบิวท์อินราคาแพงของโรงแรมเสียหาย พร้อมเก็บสายไฟให้ซ่อนเรียบร้อย — ตามมาตรฐาน InHouse ที่ลูกค้าโรงแรม 5 ดาวคาดหวัง
เจาะลึก · Hotel RCU Integration กับ Schneider Electric
Hotel RCU (Room Control Unit) เปรียบเสมือน "สมองกล" ของห้องพักโรงแรม ที่ควบคุมทั้งไฟ · แอร์ · ม่าน · TV และ Smart Film ผ่านสวิตช์ส่วนกลางในห้องเดียว โดย Pullman Phuket เลือกใช้ระบบของ Schneider Electric ซึ่งเป็นหนึ่งใน vendor รายใหญ่ของวงการ Hospitality
ทำไมต้องเชื่อม Smart Film กับ RCU?
หากไม่เชื่อม Smart Film เข้ากับ RCU ของโรงแรม แขกจะต้องถือรีโมท Smart Film แยกเพิ่มอีกหนึ่งอัน ซึ่งทำให้สับสนว่ารีโมทไหนคุมอะไร และลดทอน Guest Experience ของโรงแรมระดับ 5 ดาวลงทันที แต่เมื่อเชื่อมเข้ากับ RCU แล้ว สวิตช์เดียวในห้องก็คุมได้ทุกอย่าง รวมถึง Smart Film ด้วย
วิธีที่แขกใช้งานหลังเชื่อมเสร็จ
ตัวเลือก 1
รีโมท
InHouse แถมรีโมทให้ทุกห้อง · default ใช้งานได้ทันที
ตัวเลือก 2
Wall Switch ในห้อง
กดสวิตช์ผนัง · ฟิล์มเปิด-ปิด · เชื่อมผ่าน Schneider RCU
ตัวเลือก 3
Central Control
โรงแรมคุมจาก Front Desk · เช่น Do Not Disturb mode
มาตรฐานที่ InHouse รับประกัน
- ฟรี Integration — InHouse ไม่คิดค่าบริการเชื่อม RCU เพิ่ม · ทีมวิศวกรของเราเป็นผู้ทำเอง
- ไม่ผูก vendor — Schneider Electric ในเคสนี้ · ถ้าโรงแรมอื่นใช้ Honeywell INNCOM, Lutron, KNX, Crestron ก็เชื่อมได้
- 24/7 Support — ระบบมีปัญหาเวลาไหน · ทีมวิศวกร InHouse handle ได้ทันที
- Money-Back Guarantee — ตรวจมอบงานไม่ผ่านมาตรฐาน · แก้ไขหรือคืนเงิน 100%
ผลลัพธ์ · Mega Project ที่ส่งมอบสำเร็จ
หลังติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ Pullman Hotel Phuket มี Smart Film ครบทั้ง 662 ห้อง · 7 ตึก (A-G) และเชื่อมเข้ากับ Schneider Electric RCU ทุกห้อง มอบ Digital Privacy Experience ให้แขกผู้พักอย่างที่โรงแรม 5 ดาวควรเป็น
ดูรายละเอียดและภาพการติดตั้งเพิ่มเติมได้ที่ portfolio entry ของเรา —
โครงการของคุณอยากได้ Mega Project Smart Film + Hotel RCU แบบนี้?
InHouse วิศวกรช่วย integrate ฟรี · ทุก protocol · ทุก vendor (Schneider Electric · Honeywell INNCOM · Lutron · KNX · Crestron · BMS) · Support 24/7 · ระบบมีปัญหา handle ได้ทันที